ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 (บางมาตราที่เกี่ยวข้องกับเสือ 100 ตัวไปจีน ก็มีเท่านี้)

มาตรา 26 : บทบัญญัติ
ิมาตรา ๑๖ (ห้ามมิให้ผู้ใดล่าฯ) 
มาตรา ๑๘ (ห้ามมิให้ผู้ใดเพาะพันธุ์ฯ)
มาตรา ๑๙ (ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองฯ)
มาตรา ๒๑ (ห้ามมิให้ผู้ใดเก็บ ทำอันตรายฯ) 
และมาตรา ๒๓ (ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าส่งออกฯ) มิให้ใช้บังคับแก่การกระทำเพื่อประโยชน์ในการสำรวจ การศึกษาและวิจัยทางวิชาการ การคุ้มครองสัตว์ป่า การเพาะพันธุ์ หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ซึ่งกระทำโดยทางราชการและโดยได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี และต้องปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
         ในกรณีที่การกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำเพื่อกิจการเพาะพันธุ์ ของผู้รับใบอนุญาตเพาะพันธุ์ตามมาตรา ๑๘ หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ของผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ตามมาตรา ๒๙ การเรียกเก็บและการชำระค่าใช้จ่าย ค่าบริการหรือค่าตอบแทน และราคาสัตว์ป่า ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ความคิดเห็นส่วนตัวจริงๆ : ผมว่าตามกฎหมายแล้ว ไม่เห็นผิดกฎหมายตรงไหน แต่ก็ไม่สนับสนุนให้ส่งออกครับ  น่าจะกระจายให้เลี้ยงกันในเมืองไทย ให้มีจำนวนเป็นพันเป็นหมื่นตัวไปเลย รัฐก็เข้ามาควบคุม และดูแลให้ถูกต้องด้วย

ดูตามบทบัญญัติ มาตรา 26(ดังที่กล่าวข้างบน)  การส่งออกเสือโคร่งทำได้ครับ เพื่อประโยชน์การเพาะพันธุ์(ตามความในวรรคแรก)  อีกทั้ง หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ(ในวรรคแรกเหมือนกัน) 
    ส่วนสวนสัตว์เอกชน หรือ ผู้รับใบอนุญาต จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ก็ควรจะส่งออกและนำเข้าสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองได้ ตามความในวรรคสอง ซึ่งก็บอกไว้ตรงๆว่า หากการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำเพื่อกิจการสวนสัตว์ฯของผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งฯสวนสัตว์สาธารณะ คามมาตรา ๒๙ (สวนสัตว์เอกชน)  ก็ให้เรียกเก็บ สารพัดตามกฎหมายเค้าบอก อย่างนี้ หากสวนสัตว์เอกชน นำเข้า/ส่งออกไม่ได้เลย กฎหมายก็คงไม่มีเขียนไว้ ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมมีคนมาบอกว่า ส่งออกนำเข้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ต้องทำกันระหว่างราชการกับราชการ คงเป็นลักษณะอ่านกฎหมายไม่หมด ไม่นำวรรคสองมาประกอบการเถียงด้วย ผมเองก็ไม่ใช่นักกฎหมาย แต่อ่านกฎหมายนี้ดู ก็บอกไว้อย่างนี้ ไม่เห็นต้องมานั่งถกเถึยงกันให้เสียเวลา 
ส่วนความเห็นชอบของคณะกรรมการฯนั้น เค้าก็มอบอำนาจให้อธิบดีตั้งนานแล้ว เนื่องเพราะว่า หากมีระเบียบกฎกระทรวงต้องเรียกประชุมกันบ่อยๆ คงไม่ต้องทำงาน อย่างอื่นกัน เพราะแต่ละท่าน ที่กฎหมายกำหนด ระดับรัฐมนตรี อธิบดีที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องกฎหมายสัตว์ป่าทั้งนั้น
      ส่วนเรื่องเหมาะสมหรือไม่นั้น คงต้องถกเถียงกันไปครับ ทางสวนสัตว์ฯที่ส่งออก เค้าก็สามารถบอกได้ครับ เพื่อการเพาะพันธุ์ หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ซึ่งก็มีเหตุผลล้านแปดที่จะบอกได้ อ้างไป
         ในส่วนตัว ผมก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก ที่ส่งออกเสือโคร่งไปต่างประเทศตั้ง 100 ตัว เห็นว่า ความจริงเสือโคร่งเหล่านี้ เป็นเสือโคร่งเลี้ยง ที่เพาะพันธุ์มาจากสภาพกรงขัง ควรที่จะสามารถโอนถ่ายให้คนไทยนี่แหละ ช่วยกันขยายพันธุ์เสือโคร่งเลี้ยง ให้มีจำนวนมากๆในประเทศไทยเอง ถ่าย โอนให้ผู้สนใจ สามารถเลี้ยงกันได้  การย้ายหรือโอนให้บุคคลอื่น ความจริงก็ให้กระทำได้ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครอง 2535 (มาตรา 61 และ 67) ได้ ซึ่งกระทำได้ แต่เจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตยังยึดติดกับคำว่า ห้ามจำหน่าย จ่าย โอน อยู่ตลอด ไม่รู้ว่าทำไม เลยไม่เคยออกใบอนุญาตกันซักที  คนเลี้ยงเสือโคร่งที่มีจำนวนมาก ก็สามารถหาเงินมาเลี้ยงตัวได้ เมื่อมีจำนวนมาก ก็สามารถถ่ายให้คนอื่นได้ ก็จะมีรายได้บ้าง  โดยมีกรมอุทยานฯเข้ามาควบคุม ไม่ให้มีการฆ่าขาย ตรวจสอบได้ง่ายจะตาย หากจัดระบบกันอย่างจริงจัง สรุปก็คือ ผู้เลี้ยงเสือโคร่งก็มีรายได้บ้าง ก็อยู่กันได้ เมื่อเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้เป็นร้อยตัว  ขายไม่ได้ ถ่ายโอนไม่ได้ เลี้ยงไว้ทำพระแสงอะไรละครับ เงินช่วยเหลือจากรัฐก็ไม่มีให้  แม้กระทั่งสำนักเพาะพันธุ์ฯของรัฐเอง ยังบ่นอุบ ว่างบฯค่าอาหารไม่เพียงพอ เพาะพันธุ์ได้ แต่ไม่ให้ขาย เฮ้อ! ผมก็ยังงงงงอยู่  ฆ่าทิ้งก็บาป ผิดศีลธรรม คนเลี้ยงเสือจริง เค้าไม่ทำกันครับ เรื่องส่งฆ่าเนี่ย เลี้ยงกันมาก็ผูกพันพอสมควร ไม่เลี้ยงไม่รู้ครับ ว่าเสือโคร่งมีความน่ารักในตัว อย่าให้ออกกรงมาก็แล้วกัน ส่วนเรื่องปล่อยป่าเหรอ หาป่าให้มันอยู่ลำบากนะครับ  ต่อตัวเสือเอง ต่อสิ่งแวดล้อม ไหนจะระบบนิเวศน์อีก เลิกคิดเลยครับ หากเมื่อมีการรวมตัวกันเพาะพันธุ์ จัดระบบ ให้มีจำนวนเสือโคร่งมากจริง ก็ควรเป็นหน้าที่ของรัฐ ที่จะทำเรื่องเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการอนุสัญญาฯ (CITES) ใช้ความสามารถหน่อย ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทย  สามารถเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์เสือโคร่งเลี้ยงได้ปริมาณมากจริงๆ ให้คณะฯเข้ามาดู มาตรวจสอบ  และประเทศไทยต้องการส่งออก ระบายเสือโคร่งไปยังต่างประเทศ ส่งออกให้สวนสัตว์ทั่วโลก จะห้ามส่งออกประเทศจีน ก็ไม่เป็นปัญหา หากกลัวว่าจีนจะเอาไปฆ่า เป็นยา ก็ยกเว้นประเทศที่เชื่อว่าเอาเสือโคร่งไปฆ่าซะ ไม่ให้ส่งไปให้ แค่นี้คนเลี้ยงเสือก็มีทางออกครับ เหมือน ประเทศเคนยา ที่มีงาช้าง 3-4 โกดัง  คณะกรรมการฯ CITES เค้ายังมาช่วยประมูลขายไปทั่วโลก ก็มันมากมายขนาดนั้น หรือที่ฝรั่งเศส เค้าเอานกกระจอกเทศมาเพาะพันธุ์ส่งออกไปทั่วโลกเป็นว่าเล่น  6-7ปีก่อน เมืองไทยสั่งเข้ามาเลี้ยงกันปีละ 300-400 ล้าน เฮ้อ!
    เสือโคร่งเลี้ยงของไทยก็ มิใช่ว่าทำไม่ได้ หากทุกคนเข้าใจ รัฐให้การแนะนำ ดูแล ควบคุม ไม่ต้องออกกฎหมายอะไรเลย แค่ใส่ใจ ปฎิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่นี่แหละครับ  ก็ทำกันได้ครับ ออกเอกสาร ตรวจสอบให้เร็วหน่อย  เพราะสภาพความเป็นจริงขณะนี้  เสือโคร่งเลี้ยง สามารถเพาะและขยายพันธุ์ เร็วกว่าสัตว์ป่าหลายร้อยชนิด ถึงวันนั้นเราค่อยส่งออก เก็บภาษี นำเงินตราต่างประเทศ ให้คนไทยมาใช้  คิดไม่ทันเค้าซะที นกกระจอกเทศ กวางรูซ่า สารพัดนกที่นำเข้ามาปัจจุบัน เป็นสัตว์ป่าทั้งนั้นแหละครับ 
     สัตว์ป่าบ้านเรามีคุณภาพตั้งเยอะ อีกหน่อย เชื่อมั้ยครับ อเมริกา จะเป็นแหล่งส่งออก เสือลายเมฆมากที่สุดในโลก ประเทศไทยก็จะต้องสั่งนำเข้าเสือลายเมฆจากอเมริกาด้วยเหมือนกัน  ที่แย่ไปกว่านั้น เสือลายเมฆที่สั่งนำเข้าจากอเมริกา เป็นเสือลายเมฆที่เอาไปจากเมืองไทย เมื่อปีที่แล้ว ที่เราเอาเสือลายเมฆ ไปแลกเสือโคร่งขาวมาตั้งหลายตัว ทั้งๆที่เสือโคร่งขาวจากอเมริกา เค้าก็เอามาจาก อินเดียโน่น  ทั้งหมดเพราะเค้าจัดระบบได้ครับ บ้านเราคงยาก
กฎหมายบ้านเราก็เปิดให้แล้ว แต่ความคิดคน ไม่เป็นไปตามนั้น สัตว์ป่าต้องอยู่ในป่าท่าเดียว ป่าที่ไหนก็ไม่รู้ ขอให้อยู่ในป่า  ไม่จัดระบบกันให้จริงจังซะที 
        คราก่อน ก็นิรโทษกรรม เพราะเห็นว่ากวางป่าบ้านเรามีศักยภาพ ต้องส่งเสริม ไม่น่าเอากวางรูซ่านอกมาเลี้ยงกันเป็นล่ำเป็นสัน เสียดุลการค้าปีเป็นพันล้าน ปัจจุบัน เปลี่ยนไปอีกละ พวกค้านก็ค้านกันหัวชนฝา ปล่อยป่าอย่างเดียว เสือโคร่งเลี้ยงครับ แค่คิดปล่อยป่า มันก็ตาย ณ เวลาคิดแล้วครับ ลองใครเอาเสือโคร่งไปปล่อยป่า ป่าไหนก็ได้ครับ ที่คิดว่าสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย เฝ้าติดตามมัน แล้วให้เสือโคร่งตัวนั้นดำรงชีวิตอยู่ถึง 1 ปี ผมจะยกเสือโคร่งที่มีอยู่ทั้งหมด ให้องค์กรใดก็ได้ นำไปปล่อยป่าให้หมดเลยครับ 




Network Status

พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

กฎหมายเกี่ยวกับ ป่า สัตว์ป่า ของกรมป่าไม้

ชนิดสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้

กฎกระทรวง & ระเบียบกรมป่าไม้

กฎหมายสัตว์ป่า เข้าใจกันจนสับสน

ควรรีบจัดการกับพวกค้าสัตว์ป่า ที่จับสัตว์จากป่ามาขาย เป็นอันดับแรก
ช่วยกันปกป้องสัตว์ป่าที่อยู่ในป่า ให้ดำรงพันธุ์อยู่ได้ 
ช่วยกันคิดจัดระบบการดำรงพันธุ์ของสัตว์ป่า ที่อยู่ในป่า เพราะอีกไม่นานก็จะสูญพันธุ์ จากการสืบพันธุ์ในหมู่เครือญาติกันเอง เนื่องจากพื้นที่ป่ามีจำกัด

 

 

ช่วยกันปลูกฝังจิตสำนึก ให้เด็กรุ่นต่อไป รักป่า สัตว์ป่า        ร่วมกันไม่ล่า    ไม่ฆ่า    ไม่ค้าสัตว์ป่า


มารู้จัก  ส.ส.ชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ  
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี

แจ้งเบาะแส แหล่งค้าสัตว์ป่า กับ ส.ส.ชูวิทย์ กุ่ย

     


 
FastCounter by LinkExchange

  AddFreeStats.com Free Web Stats in real-time !
Best view with Microsoft Internet Explorer / View>Text Size>Medium
Suggestion by E-mail : webmaster@ubonzoo.com 
 
 
navaphol@ubonzoo.com 
52329663
Copyright © 1999 by Navaphol. All rights reserved.
    Revised: 23 Dec 2004