เมื่อกล่าวถึงป่าดงดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อน ( Tropical  Rain  Forest )ฮาลา บาลาถูกจัดให้เป็นป่าอนุรักษ์ที่มีความสมบูรณ์โดดเด่น  และมีค่ายิ่ง ด้วยลักษณะสังคมพืชที่แตกต่างจากป่าดงดิบอื่นที่พบในประเทศไทย 
        ป่าฮาลา บาลาจึงเป็นแหล่งอาศัย คุ้มภัยให้กับสัตว์ป่าที่ยืนยันการพบแล้วไม่ต่ำกว่า 
600  ชนิด มีชนิดสัตว์ที่ไม่มีรายงานการปรากฏในประเทศไทยมาก่อน  เช่น  ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีการพบชะนีดำใหญ่หรือเซียมังเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย  และจากการรวบรวมรายงานพบใหม่(new record)ของนักดูนกหลายๆ บันทึกอีก  10  ชนิดได้แก่ กระทามาเลย์  นกโพระดกหนวดแดง นกโพระดกคิ้วดำ  นกกระปูดนิ้วสั้น  นกขี้เถ้าพันธุ์ชวา  นกขี้เถ้าท้องลาย  นกกะรางดำ  นกกะรางตาขาว  นกระวังไพรหลังแดง  และนกมุ่นรกภูเขา สำหรับสัตว์ในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกมี  5  ชนิด ได้แก่ งูดินบาลา  ตุ๊กแกหลังขีด อึ่งหลายายหลากสี คางคกแคระมลายู และกบว้ากเล็ก  และยังมีอีกหลายชนิดที่รอให้นักวิจัยและนักธรรมชาติศึกษาเข้าไปสำรวจ 
              
  จากปัญหาบางประการในขั้นตอนการดำเนินงานจัดตั้งเป็นป่าอนุรักษ์    วันนี้ป่าฮาลา บาลาแยกออกเป็น 
2  ส่วน 

                    ป่าฮาลา อยู่ในจังหวัดยะลา  เป็นป่าผืนใหญ่เนื้อที่ประมาณ  165,500  ไร่ เป็นเสมือนที่พักพิงสำคัญของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่เป็นดัชนีชี้ความสมบูรณ์ของป่า  โดยเฉพาะสัตว์ที่มีสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ เช่น  กระซู่  ป่าฮาลายังมีความเด่นน่าสนใจสำหรับนักดูนก โดยเฉพาะนกหลายชนิดยังไม่มีรายงานการพบมาก่อนในบริเวณป่าดิบเขาสูงซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ  30  เปอร์เซ็นต์ของผืนป่าฮาลา 
             
ป่าบาลา อยู่ในจังหวัดนราธิวาส แม้มีพื้นที่เพียง 
105,725  ไร่  แต่ก็มีสัตว์ป่าอาศัยมากมาย และเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในป่าดงดิบที่ราบต่ำซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ  1  ใน  4  ของผืนป่าบาลา  สัตว์หายากหลายชนิด  เช่น  แมวลายหินอ่อน กระจงควาย  ยังคงพบเห็นได้ง่าย  สำหรับนักดูนกย่อมไม่พลาดการเยือนป่าบาลา  เพื่อเห็นนกเงือก  9  ชนิด หัวแรด หัวหงอน ชนหิน  ปากย่น ปากดำ เงือกดำ นกกก  กรามช้าง กรามช้างปากเรียบ  และนกอื่นอีกมากมาย 

              หากเดินป่าในช่วงที่ลูกไทรใหญ่สุกบางครั้ง จะเห็นฝูงนกเงือกหัวแรด  44  ตัว สลับกับฝูงนกชนหิน  29  ตัวเข้ามากินลูกไทร  โดยที่ไม่มีการต่อสู้กัน และบางช่วงพบนกเงือกหัวแรดไล่ตีนกที่เข้ามากินลูกไทรต้นที่มันหากินอยู่ก่อน  จนนกกกจำต้องบินหนีไป ขณะที่นกเงือกกรามช้างบินเข้าไปกินลูกไทรต่อ  แต่เจ้าหัวแรดกลับไม่ไล่จิก  และล่าสุดเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมเราพบว่าต้นยวนซึ่งเป็นต้นไม้อยู่ในตระกูลถั่ว  เป็นพันธุ์ไม้ที่สูงที่สุดในประเทศไทยและมีลำต้นที่ปลายตรง  กิ่งก้านสาขาสวยงาม  เป็นต้นไม้ที่ผึ้งชอบทำรัง  อีกทั้งเหยี่ยวหลายชนิดก็ชอบสร้างรังบนต้นไม้นี้  ยวนเป็นไม้เนื้ออ่อนที่เกิดโพรงได้ง่ายตามปุ่มตาไม้ จึงเป็นที่เสน่หาของนกเงือกถึง  3 ชนิด คือ  ชนหิน กรามช้าง และปากย่น  ต่างวนเวียนผลัดกันเข้าไปดูโพรง  โดยนกตัวผู้เริ่มเข้าไปดูโพรงก่อน  แล้วจึงพานกตัวเมียมาเลือกว่าพอใจหรือไม่  หากพอใจก็จะเกาะคอยดูตัวผู้เข้าไปตกแต่งทำความสะอาดโพรง  ที่แปลกมากคือเมื่อนกชนหินร้อง  ทำท่าจะครอบครองโพรง  คู่นกเงือกปากย่นรีบบินมาไล่ทันที ถึงแม้นกชนหินมีขนาดโตกว่า  แต่เป็นฝ่ายยอมบินไป  แต่ก็ยังกลับมาที่โพรงอีก  โดยยังไม่มีฝ่ายใดครอบครองปิดปากโพรงอย่างจริงจัง  ก็คงต้องเฝ้าสังเกตกันต่อไป 
            
คุณค่า ความงาม ความมหัศจรรย์ของป่าฮาลา บาลาจะคงอยู่อำนวยประโยชน์อย่างยั่งยืนได้ด้วยการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ  มีแผนงานบนพื้นฐานข้อมูลทางวิชาการด้านการจัดการทรัพยาการป่าไม้และสัตว์ป่าเศรษฐกิจ  สังคม การประสานและร่วมมือทั้งหน่วยงานของรัฐ องค์กรอิสระ องค์กรปกครองท้องถิ่น และสำคัญที่สุดคือราษฎรที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่ป่ารู้คุณค่า  โดยถือเสมอว่าป่าผืนนี้เป็นสมบัติของชาติ ของประชาชนทุกคน  มิใช่ของบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะเข้าไปทำประโยชน์ส่วนตัว
 
          
น่าคิดว่ามีความเป็นไปได้เพียงใดหากป่าฮาลาและบาลาจะเชื่อมต่อเป็นป่าผืนเดียวกัน  เป็นธนาคารรวบรวมเก็บรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศป่าดงดิบชื้นในคาบสมุทรมลายู
 
  
         แต่ปัญหาสำคัญมีอยู่ว่า  ทำอย่างไรจึงจะหยุดการรุกล้ำทำลายพื้นที่ป่า  โดยเฉพาะพื้นที่ป่าที่ราบต่ำในภาคใต้ได้ถูกพัฒนาเป็นสวนยาง  สวนผลไม้  แทบจะไม่เหลือแล้ว

จาก หนังสือ NATURE EXPLORER โดยศิริพร ทองอารีย์:เรื่อง
 September 2001 : ISSN 1513-4318