ปัจจุบัน กฎหมาย(พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535)
ห้ามมิให้ผู้ใดมีในครอบครองหรือค้าสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นอันขาด 
ยกเว้นสัตว์ป่าชนิดที่กำหนดให้เพาะพันธุ์ได้ตามกฎหมาย และได้รับอนุญาตจากอธิบดี  

เช็ครายชื่อ    สัตว์ป่าสงวน     สัตว์ป่าคุ้มครอง    ตามกฎกระทรวงกำหนดที่นี่

โทษ...ปรับไม่เกิน 4 หมื่นหรือจำคุกไม่เกิน 4 ปี  หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากมีผู้ใดเลี้ยง , มีไว้ในครอบครองหรือค้าสัตว์ป่า ตามรายชื่อสัตว์ป่าที่กำหนดในกฎกระทรวง
แม้เพียงตัวเดียว ต้องมีความผิดอาญาได้รับโทษดังกล่าวข้างต้น 

    ปัจจุบันหากผู้ใดเลี้ยงสัตว์ป่าไว้ ไม่สามารถขอใบอนุญาตจากกรมป่าไม้ หรือ ที่อื่นใดได้

    ผู้ที่มีใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าในปัจจุบัน ทุกราย ต้องได้มาจากการจดแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าแก่กรมป่าไม้ไว้ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2535 ในวันที่ พ.ร.บ.ฯ ประกาศใช้ ตามบทเฉพาะกาลใน พ.ร.บ.ฯ และผู้ได้รับอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายกำหนดให้เท่านั้น

    ในบทเฉพาะกาล ได้เปิดโอกาสให้ ผู้ที่ครอบครองสัตว์ป่าอยู่ก่อนหรือในวันที่ พ.ร.บ.ฯประกาศใช้ ให้แจ้งการครอบครองสัตว์ป่าที่มี ต่อกรมป่าไม้ แล้วจึงขายหรือคืนให้กรมป่าไม้หรือเลี้ยงต่อได้ ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ครอบครองในขณะนั้น แต่ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนดตาม พ.ร.บ. (ภายในปี พ.ศ.2535)

ปัญหาที่เกิดขึ้น ในบทเฉพาะกาล ทำให้เจ้าหน้าที่สับสน
คำกล่าว "ห้ามจำหน่าย จ่ายโอนให้แก่ผู้อื่นมิได้ เว้นแต่โดยการตกทอดทางมรดก" มาจากตรงนี้ครับ

ในขณะนั้น ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้เลี้ยงสัตว์ป่าที่มีความประสงค์จะเลี้ยงสัตว์ป่าต่อไป เกิดความสับสนกัน
พอสมควร เนื่องจากในบทเฉพาะกาลนั้น มี 2 มาตราที่มีความแตกต่างกัน เพียงข้อความนิดเดียว แต่มีผลมากกับผู้เลี้ยงสัตว์ป่า เพราะดูนัยตามกฎหมาย ทั้ง 2 มาตรา หมายถึง สัตว์ป่าที่ครอบครองฯเป็นของรัฐ ในมาตรา 66 และ มาตรา 61,67 สัตว์ป่าที่แจ้งครอบครองฯไว้เป็นสมบัติของผู้ครอบครอง 

  • มาตรา 66          ครอบครองสัตว์ป่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

  • มาตรา 61 , 67  ครอบครองสัตว์ป่าโดยชอบด้วยกฎหมาย

โดยมีข้อปฏิบัติแตกต่างกัน เป็นระเบียบกรมป่าไม้ และ กฎกระทรวง ที่ออกมาบังคับใช้ภายหลัง 2-3 ปี

ข้อแตกต่างมาตรา 66 และมาตรา 67 ตามบทเฉพาะกาล

มาตรา 66

มาตรา 67 และ 61

ผู้ใดมีสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่ในความครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อยู่ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้มีสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครองอยู่ในความครอบครอง
โดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ 
นำสัตว์ป่าคุ้มครองมามอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษและให้สัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน อธิบดีอาจมอบสัตว์ป่าดังกล่าวให้อยู่ในความดูแลของผู้นั้นต่อไปได้ตามเห็นตามสมควร แต่จะจำหน่าย จ่ายโอนให้แก่ผู้อื่นมิได้ เว้นแต่โดยการตกทอดทางมรดก ถ้ามีสัตว์ป่าคุ้มครองให้นำมาตรา 61 มาบังใช้ดังนี้
   ให้ผู้มีสัตว์ป่าคุ้มครอง แจ้งชนิดและจำนวนสัตว์ป่าคุ้มครองที่อยู่ในความครอบครองของตน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงใช้บังคับ
   หากผู้เป็นเจ้าของสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นต่อไป ให้จำหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น ให้แก่ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ หรือจำหน่ายให้ผู้รับใบอนุญาตเพาะพันธุ์ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
   หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น ประสงค์จะเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองต่อไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ให้อธิบดีอนุญาตให้ผู้นั้นครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นต่อไปได้ โดยออกใบอนุญาตคุ้มครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว ให้ไว้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ใบอนุญาตดังกล่าว ให้มีอายุเพียงเท่าอายุของสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น 
มีระเบียบกรมป่าไม้ พ.ศ.2538 มาบังคับปฏิบัติดังนี้

     ในกรณีที่เห็นสมควรส่งมอบสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครองคืนให้ผู้ครอบครองเดิม เลี้ยงดูชั่วคราวแทนกรมป่าไม้ให้ออก หนังสือมอบให้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวแทนกรมป่าไม ตามแบบอ.ญ./ส.ป.1ท้ายระเบียบนี้ พร้อมกับให้จัดทำบันทึกรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขท้าย หนังสือมอบให้ครอบครองฯตามแบบ อ.ญ./ส.ป.3 ท้ายระเบียบนี้ ไว้เป็นหลักฐานด้วย
    ในกรณีเห็นว่าไม่สมควร ส่งมอบสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครองให้ผู้ครอบครองเดิมเลี้ยงดูชั่วคราวแทนกรมป่าไม้ ให้สั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ขอรับมอบสัตว์ป่าคืนจากผู้ครอบครองเดิม แล้วนำส่งส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ เพื่อดำเนินการต่อไป

มีกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2537) มาบังคับปฏิบัติดังนี้
     ผู้แจ้งได้แสดงความประสงค์จะ เลี้ยงดูสัตว์ป่านั้นต่อไป  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและรายงานต่ออธิบดี และเมื่ออธิการบดีได้พิจารณาเห็นสมควรอนุญาต ให้เลี้ยงดูสัตว์ป่านั้นต่อไปได้ ให้ออกใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวตามแบบ สป.2 ท้ายกฎกระทรวงนี้
    ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว มีความจำเป็นต้องนำสัตว์ป่าไปเก็บไว้ ณ สถานที่อื่น ที่มิใช่สถานที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ให้ยื่นขออนุญาต เป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  เมื่ออธิบดีมีความเห็นชอบ กับการย้ายสถานที่แล้ว  จึงดำเนินการย้ายได้ 
    เพื่อประโยชน์ในการควบคุมจำนวนสัตว์ป่า ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนสัตว์ป่าคุ้มครอง แตกต่างไปจากจำนวนที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต เนื่องจากการสืบพันธุ์ ตาย โอนให้บุคคลอื่น หรือโดยเหตุอื่นใด  ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งการเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

จากเจตนาของกฎหมายข้างต้น จะเห็นว่าสัตว์ป่านั้น เป็นของแผ่นดิน ดูแลโดยกรมป่าไม้
ใบอนุญาต อ.ญ./ส.ป.1 มีเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตบังคับ
ตามระเบียบกรมป่าไม้ สัตว์ป่าเป็นของกรมป่าไม้ ไม่สามารถจำหน่าย จ่าย โอนได้ เพียงรับมรดกเลี้ยงดูสัตว์ป่าแทนกรมป่าไม้ต่อไปเท่านั้น
สัตว์ป่าเป็นของผู้ครอบครอง แต่ยังต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ
ใบอนุญาต ตามแบบ ส.ป.2 ไม่มีเงื่อนไขบังคับ
ตามกฎกระทรวงสามารถโอนให้บุคคลอื่นหรือเคลื่อนย้ายได้

ตัวอย่างหนังสือมอบให้ครอบครองฯตามแบบ อ.ญ./ส.ป.1

ตัวอย่างใบอนุญาตให้ครอบครองฯตามแบบ ส.ป.2

ปัญหาในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และผู้ครอบครองสัตว์ป่าตามบทเฉพาะกาลคือ
    การนำข้อกฎหมายที่มีเพียงไม่กี่มาตรามาปฏิบัตินั้น  เจ้าหน้าที่และผู้เลี้ยงสัตว์ป่าได้ยึดเอาข้อกำหนดที่เป็นตัวอักษรที่แสดงใน พ.ร.บ.ฯมาถกเถียงกันเท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบความละเอียดของกฎหมายอย่างจริงจัง ดังที่มีรายละเอียดกล่าวมาข้างต้น ฉะนั้นเมื่อเป็นข่าวเกี่ยวกับสัตว์ป่าที่มีใบอนุญาตครอบครอง จะมีเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจงในทางเดียวเสมอว่า สัตว์ป่าที่มีใบอนุญาตฯ ไม่สามารถจำหน่าย จ่าย โอนได้ ยกเว้นตกทอดทางมรดก ซึ่งความจริงข้อความนี้ก็ปรากฏใน พ.ร.บ.ฯในมาตรา 66 (ครอบครองสัตว์ป่าโดยมิชอบ)เท่านั้น มิได้บังคับใช้ในมาตราอื่นด้วย
    ในตัวบท พ.ร.บ.ฯมิได้กล่าวถึง การโอนให้บุคคลอื่นได้ตามมาตรา 67(ครอบครองสัตว์ป่าโดยชอบ) หากเจ้าหน้าที่ไม่ศึกษากฎกระทรวงที่ออกมาบังคับใช้ปฏิบัติตามมาตรานี้  ก็จะไม่ทราบได้เลยว่า ผู้ครอบครองสัตว์ป่าตามมาตรานี้ สามารถเคลื่อนย้าย หรือโอนสัตว์ป่าให้บุคคลอื่นได้ โดยอธิบดีมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาอนุญาต(ตามคำสั่งกรมป่าไม้ที่ 2250/2537)

สัตว์ป่าโดยชอบด้วยกฎหมาย และสัตว์ป่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พิจารณาอย่างไร จึงทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องกันหลายแห่ง

ต้องดูจาก บัญชีกำหนดปริมาณสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับหลังสุด
ก่อนวันประกาศใช้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เพราะ
ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 กำหนดไว้ให้ ผู้ใดมีสัตว์ป่าคุ้มครองไม่เกินปริมาณตามบัญชีประกาศกระทรวง ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย (ไม่ต้องขออนุญาต ในขณะนั้น)

ฉะนั้น หากเมื่อผู้ครอบครองสัตว์ป่าและจดแจ้งจำนวนสัตว์ป่าต่อเจ้าหน้าที่
ไม่เกินปริมาณสัตว์ป่าที่กำหนดตามประกาศกระทรวงถือว่า
มีสัตว์ป่าครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติบังคับใช้

แต่หากมีสัตว์ป่าและจดแจ้งจำนวนต่อกรมป่าไม้ เกินกว่าปริมาณสัตว์ป่าที่กำหนดตามประกาศฯถือว่า
มีสัตว์ป่าครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติบังคับใช้

สรุปก็คือ

มีสัตว์ป่าครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย(มาตรา 66) มีสัตว์ป่าครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย(มาตรา 67)
  • แจ้งครอบครองสัตว์ป่าภายใน 90วัน หลังวัน พ.ร.บ.ฯประกาศใช้ (ในปี พ.ศ.2535)
  • แจ้งจำนวนครอบครองสัตว์ป่า เกินกว่าปริมาณสัตว์ป่าที่กำหนดในบัญชีฯ
  • แจ้งครอบครองสัตว์ป่าภายใน 90วัน หลังวัน พ.ร.บ.ฯประกาศใช้ (ในปี พ.ศ.2535)
  • แจ้งจำนวนครอบครองสัตว์ป่า ไม่เกินกว่าปริมาณสัตว์ป่าที่กำหนดในบัญชีฯ

Check บัญชีกำหนดปริมาณสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ผิดกฎหมายที่นี่! (พ.ร.บ.2503)

  ปัจจุบัน มี พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2546  บังคับใช้ ทำให้มาตรา 66 ไม่ได้ถูกนำมาใช้ต่อไป 
ยกเว้น ผู้แจ้งตามมาตรา 66 เมื่อปี พ.ศ.2535 แล้วยังมีสัตว์ป่าอยู่ และไม่มาแจ้งคำขอครอบครองฯใหม่ ตาม พ.ร.บ.ฯ ใหม่ เมื่อปีที่แล้ว ก็ยังใช้มาตรา 66 บังคับอยู่ แต่คงมีไม่เกิน 5 ราย เนื่องจากไม่รู้เรื่อง หรือแจ้งไว้และปัจจุบันไม่มีสัตว์ป่าครอบครองฯแล้ว