ระเบียบกรมป่าไม้
ว่าด้วยการครอบครองสัตว์ป่าสงวน ซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535
พ.ศ.2538

----------------------------

   โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการมอบให้เลี้ยงดูสัตว์
ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวแทนกรมป่าไม้ และการครอบครองซากของสัตว์
ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครอง
สัตว์ป่า พ.ศ.2535 ให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและเหมาะสม อธิบดีกรมป่าไม้จึงวางระเบียบไว้
ดังต่อไปนี้
    ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า  "ระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง
ซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้ม
ครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535  พ.ศ.2538 "
    ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2538 เป็นต้นไป
    ข้อ 3 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้ง
กับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
    ข้อ 4 เมื่อได้รับการแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซาก
ของสัตว์ป่าคุ้มครอง จากผู้ที่มีไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนหรือในวันที่พระราช
บัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ใช้บังคับตามมาตรา 66 แล้ว ให้ดำเนินการต่อไปนี้
    (1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ผู้อำนวยการกองการอนุญาตพิจารณาสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออก
ไปตรวจสอบ
    (2) ในเขตท้องที่จังหวัดอื่น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด
พิจารณาสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดออกไปตรวจสอบ
    ข้อ 5 การตรวจสอบตามข้อ 4 พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกไปทำการตรวจสอบ ณ สถานที่ที่สัตว์ป่านั้น
อยู่ หรือสถานที่ที่เก็บรักษาซากของสัตว์ป่า หรือจะให้ผู้ที่ครอบครองสัตว์ป่า หรือซากของสัตว์ป่านำสัตว์
หรือซากของสัตว์ป่ามาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็ได้ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงสภาพของสัตว์ป่าไม่ให้รับ
การทรมาน รวมทั้งความปลอดภัยของผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงและความสะดวกเรียบร้อยด้วย
    ข้อ 6 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบรายละเอียดดังนี้
            (1) ตรวจสอบสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ว่ามีชนิดและจำนวนถูกต้องตรงตามที่ได้แจ้ง ไว้ครั้งแรกหรือไม่ ถ้าไม่ปรากฏว่ามีจำนวนสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากที่แจ้งไว้ ให้บันทึกรายละเอียด
พร้อมเหตุผลว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงเพราะเหตุใดสัตว์ป่าดังกล่าวเป็นเพศผู้หรือเพศเมียอย่างละกี่ตัว
(ถ้าแยกได้) สัตว์ป่าแต่ละตัวมีลักษณะพิเศษหรือตำหนิรูปพรรณอย่างใด เช่น สี ลาย เขา ปีก หาง
หู ฯลฯ
                 ตรวจสอบสถานที่ที่เลี้ยงดูสัตว์ป่าว่า มีความเหมาะสม สัตว์ป่าสามารถดำรงชีวิตได้โดยปกติ
สุขหรือไม่ จำนวนและขนาดของสัตว์ป่า ต้องมีความเหมาะสมและสัมพันธ์กับขนาดของสิ่งปลูกสร้าง
บ่อ กรง คอก หรือสิ่งอื่นๆ ซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า นอกจากนี้สถานที่เลี้ยงดูต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือด
ร้อนแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง
            (2) ตรวจสอบซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ว่ามีชนิดและจำนวนถูกต้อง
ตรงตามที่ได้แจ้งไว้ครั้งแรกหรือไม่ ถ้าปรากฏว่ามีจำนวนซากของสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากที่แจ้ง
ไว้ให้บันทึกรายละเอียดพร้อมเหตุผลว่า เพิ่มขึ้นหรือลดลงเพราะเหตุใด ซากของสัตว์ป่ามีลักษณะเป็นซากทั้งตัวหรือเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ป่า เช่น หัว เขา งา หนัง กราม
เขี้ยว กระดูก ฯลฯ และมีขนาด สี และลักษณะพิเศษอื่นอย่างใด
    ข้อ 7 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจสอบร่วมกันติดเครื่องหมายที่กรมป่าไม้จัดทำขึ้นหรือทำ
เครื่องหมายไว้ที่สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองที่ทำ
การตรวจสอบทุกตัวหรือทุกชิ้น ตามวิธีการที่กรมป่าไม้กำหนด
            ในกรณีที่ไม่สามรถดำเนินการตามวรรคแรกได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกเหตุผลไว้  พร้อมทั้ง
บันทึกรายละเอียดลักษณะสำคัญ หรือตำหนิรูปพรรณประจำตัวสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่านั้นไว้แทน
    ข้อ 8 การจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบตามข้อ 6 และข้อ 7 ให้จัดทำจำนวน 3 ชุด มีข้อความตรงกัน
โดยให้ผู้ครอบครองสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าและพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน
แล้วมอบให้ผู้ครอบครองสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า 1 ชุด พนักงานเจ้าหน้าที่เก็บไว้ 2 ชุด
  ข้อ 9 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบราบงานผลการตรวจสอบพร้อมความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตาม
ลำดับชั้นจนถึงผู้อำนวยการกองการอนุญาต สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด
หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับในท้องที่จังหวัดอื่นเพื่อพิจารณาสั่งการ
    ข้อ 10 เมื่อได้รับรายงานผลการตรวจสอบตามข้อ 9 แล้ว ให้ผู้อำนวยการกองการอนุญาตหรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี พิจารณาดำเนิน การดังนี้
            (1) ในกรณีที่เห็นสมควรส่งมอบสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครองคืนให้ผู้ครอบครองเดิมเลี้ยงดู
ชั่วคราวแทนกรมป่าไม้  ให้ออกหนังสือมอบให้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวแทน
กรมป่าไม้ ตามแบบอ.ญ./ส.ป.1ท้ายระเบียบนี้พร้อมกับให้จัดทำบันทึกรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขท้าย
หนังสือมอบให้ครอบครองฯตามแบบ อ.ญ./ส.ป.3 ท้ายระเบียบนี้ ไว้เป็นหลักฐานด้วย
                ในกรณีเห็นว่าไม่สมควร ส่งมอบสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครองให้ผู้ครอบครองเดิมเลี้ยง
ดูชั่วคราวแทนกรมป่าไม้ ให้สั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการขอรับมอบสัตว์ป่าคืนจากผู้ครอบครองเดิม
แล้วนำส่งส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ เพื่อดำเนินการต่อไป
            (2) สำหรับซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองให้ออกหนังสือรับรองให้ครอบครอง
ซากของสัตว์ป่าตามแบบ อ.ญ./ส.ป.2ท้ายระเบียบนี้พร้อมกับให้จัดทำบันทึกรับทราบและปฏิบัติตาม
เงื่อนไขหนังสือรับรองฯ ตามแบบ อ.ญ./ส.ป.4 ท้ายระเบียบนี้ ไว้เป็นหลักฐานด้วย
    ข้อ 11 ในกรณีที่ผู้รับหนังสือมอบให้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวแทนกรม
ป่าไม้ หรือผู้รับหนังสือรับรองให้ครอบครองซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง มีความ
จำเป็นต้องนำสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไปดูแลหรือเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่
ที่มิใช่สถานที่กำหนดไว้หนังสือมอบฯ หรือหนังสือรับรองฯหรือในกรณีการเปลี่ยนแปลงจำนวนสัตว์ป่า
หรือซากของสัตว์ป่า แตกต่างไปจากจำนวนที่กำหนดไว้ในหนังสือดังกล่าวเนื่องจากการสืบพันธ์ ตาย
หรือโดยเหตุอื่นใดหรือในกรณีที่ผู้รับหนังสือมอบให้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว
แทนกรมป่าไม้ประสงค์จะส่งมอบสัตว์ป่าคืนกรมป่าไม้ ให้ยื่นคำขอตามแบบ อ.ญ./ส.ป.5 ท้ายระเบียบนี้
โดยในกรุงเทพมหานครให้ยื่นที่กองการอนุญาต กรมป่าไม้และสำหรับในท้องถิ่นอื่นนอกเขตกรุงเทพ
มหานคร ให้ยื่นที่สำนักงานป่าไม้อำเภอหรือกิ่งอำเภอแห่งท้องที่ที่อนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าหรือซาก
ของสัตว์ป่านั้น
    ข้อ 12 ในกรณีที่ผู้รับหนังสือมอบให้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวแทนกรมป่า
ไม้ หรือผู้รับหนังสือรับรองให้ครอบครองซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองตายหาก
ทายาทประสงค์จะเลี้ยงดูสัตว์ป่าแทนกรมป่าไม้ต่อไป หรือประสงค์จะครอบครองซากของสัตว์ป่าอันเป็น
มรดกต่อไป ให้ยื่นคำขอตามแบบ อ.ญ. /ส.ป. 6 ท้ายระเบียบนี้ โดยยื่น ณ สถานที่ตามที่กำหนดไว้ใน
ข้อ 11
    ข้อ 13 เมื่อได้รับคำขอตามข้อ 11 หรือข้อ 12 แล้ว ให้ดำเนินการตามข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 โดยอนุโลม
    ข้อ 14 เมื่อได้รับรายงานผลการตรวจสอบ ตามข้อ 13 แล้ว ให้ผู้อำนวยการกองการอนุญาต หรือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีพิจารณาดำเนินการ
ดังนี้
            (1) ในกรณีต้องนำสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าไปดูแลหรือเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่อื่นภาย
ในท้องที่จังหวัดที่ออกหนังสือมอบฯ หรือหนังสือรับรองฯ เดิมให้จดแจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถาน
ที่เลี้ยงดู หรือเก็บรักษาไว้ที่ด้านหลังหนังสือดังกล่าว แล้วแต่กรณี พร้อมลงวันที่ เดือน ปี และลายมือ
ชื่อ และประทับตราประจำตำแหน่งไว้เป็นหลักฐานด้วย
            (2) ในกรณีที่ต้องนำสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า ไปเลี้ยงดูหรือเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่อื่น
นอกเขตกรุงเทพมหานครหรือนอกเขตจังหวัดที่ออกหนังสือมอบฯ หรือหนังสือรับรองฯเดิม ให้ออกหนังสือ
ดังกล่าวใหม่โดยดำเนินการดังนี้
                        (2.1) ออกหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าเคลื่อนที่ตามแบบ อ.ญ./ส.ป.7
หรือ อ.ญ./ส.ป.8 ท้ายระเบียบนี้แล้วแต่กรณี ให้ผู้ยื่นคำขอถือไว้เป็นหลักฐานพร้อมด้วยสำเนาหนังสือ
มอบฯหรือหนังสือรับรองฯเดิม ที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับรองแล้ว โดยให้ผู้ยื่นคำขอทำบันทึกรับทราบว่าจะ
ต้องนำหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์ป่า หรือซากของสัตว์ป่าเคลื่อนที่ดังกล่าว พร้อมด้วยเอกสารต่าง ๆ ไป
แสดงต่อผู้อำนวยการกองการอนุญาต หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ที่นำสัตว์ป่า หรือซากของ
สัตว์ป่าไปเลี้ยงดู หรือเก็บรักษาไว้ เพื่อขอรับหนังสือมอบฯ หนังสือรับรองฯ ใหม่ ภายใน 30 วัน นับแต่วัน
ที่นำสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าไปถึงสถานที่เลี้ยงดูหรือเก็บรักษาไว้ที่แห่งใหม่
                        (2.2) แจ้งรายละเอียดในการขอย้ายสถานที่เลี้ยงดูสัตว์ป่าหรือเก็บรักษาซากของสัตว์ป่า
ให้ผู้อำนวยการกองการอนุญาตหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ใหม่ทราบเพื่อดำเนินการออกหนังสือ
มอบฯ หรือหนังสือรับรองฯ ใหม่ให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไปพร้อมกับให้เรียกหลักฐานเดิมจากผู้ยื่นคำขอคืน
มาเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป
                    (3) ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าไปจากจำนวนที่กำหนดไว้
ในหนังสือมอบฯ หรือหนังรับรองฯ เดิม เนื่องจากการสืบพันธุ์ ตาย หรือโดยเหตุอื่นใด ให้จดแจ้งการ
เปลี่ยนแปลงให้ตรงกับความเป็นจริงไว้ด้านหลังหนังสือมอบฯ หรือหนังสือรับรองฯ พร้อมลงวัน เดือน ปี และลายมือชื่อ และประทับตราประจำตำแหน่งไว้เป็นหลักฐานด้วย
                        ในกรณีสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองเพิ่มจำนวนขึ้น ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดทำ
เครื่องหมายประจำตัวสัตว์ป่านั้น เพื่อเป็นหลักฐานการครอบครองด้วยโดยถือปฏิบัติตามข้อ 7
                    (4) ในกรณีที่ผู้รับหนังสือมอบให้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวแทน
กรมป่าไม้ ประสงค์จะส่งมอบสัตว์ป่าดังกล่าวคืนกรมป่าไม้ให้สั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการรับมอบ
สัตว์ป่าคืนและนำส่งให้ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่ากรมป่าไม้ เพื่อดำเนินการต่อไป
                    (5) ในกรณีที่ทายาทของผู้รับหนังสือมอบฯ ประสงค์จะเลี้ยงดูสัตว์ป่าแทนกรมป่าไม้ หรือ
ทายาทของผู้รับมอบหนังสือรับรองฯ ประสงค์จะครอบครองซากของสัตว์ป่าอันเป็นมรดกต่อไป ให้ดำเนิน
การออกหนังสือดังกล่าวใหม่ให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป
    ข้อ 15 เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ 14 (1) (2) (3) และ (5) แล้วให้จัดทำทะเบียนควบคุมตามแบบ อ.ญ./ส.ป.9 และ อ.ญ./ส.ป.10 ท้ายระเบียบนี้ไว้เป็นหลักฐาน
    ข้อ 16 ให้อธิบดีกรมป่าไม้รักษาตามระเบียบนี้ มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ
ตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2538

(ลงนาม)         ผ่อง เล่งอี้
                    ( นายผ่อง เล่งอี้)
                    อธิบดีกรมป่าไม้

 

ระเบียบกรมป่าไม้
ว่าด้วยการปกครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง
ซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ของสัตว์ป่าคุ้มครอง
ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535
(ฉบับที่ 2)
พ.ศ.2539
-----------------------------

     โดยที่เห็นเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียนบกรมป่าไม้ว่าด้วยการครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามมาตรา 66 แห่งพระราช
บัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 พ.ศ.2538 ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อธิบดีกรมป่าไม้จึงวาง
ระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
    ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้ม
ครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 (ฉบับที่2)พ.ศ.2539 "
    ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2539 เป็นต้นไป
    ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 11 แห่งระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์
ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติ
สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2538 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
            " ข้อ 11ในกรณีที่ผู้รับหนังสือมอบให้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว
แทนกรมป่าไม้หรือผู้รับหนังสือรับรองให้ครอบครองซากสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง มี
ความจำเป็นต้องนำสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไปดูแลหรือเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่กำหนดไว้ในหนังสือมอบฯ หรือหนังสือรับรองฯ หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง
จำนวนสัตว์ป่า หรือซากของสัตว์ป่า แตกต่างไปจากจำนวนที่กำหนดไว้ในหนังสือดังกล่าว เนื่องจาก
การสืบพันธุ์ ตายหรือโดยเหตุอื่น หรือในกรณีที่ผู้รับหนังสือมอบให้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์
ป่าคุ้มครองชั่วคราวแทนกรมป่าไม้หรือผู้รับหนังสือรับรองให้ครอบครองซากของสัตว์ป่างวนหรือซากของ
สัตว์ป่าคุ้มครองประสงค์จะส่งมอบสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวให้แก่กรมป่าไม้แล้วแต่กรณีให้ยื่น
คำขอตามแบบ อ.ญ./ส.ป.5 ท้ายระเบียบนี้ โดยในกรุงเทพมหานครให้ยื่นที่กองการอนุญาตกรมป่าไม้
และสำหรับในท้องที่อื่นนอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักงานป่าไม้อำเภอหรือกิ่งอำเภอแห่งท้องที่
ที่ครอบครองสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่านั้น "
    ข้อ 4 ให้ยกเลิกความใน 14(4) แห่งระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้ม
ครอง ซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและ
คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 พ.ศ.2538 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
               "(4) ในกรณีที่ผู้รับหนังสือมอบให้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวแทนกรม
ป่าไม้หรือรับหนังสือรับรองให้ครอบครองซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ประสงค์ 
 จะส่งมอบสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวให้แก่กรมป่าไม้แล้วแต่กรณีให้สั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ 
ดำเนินการรับมอบสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าและนำส่งให้ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าสำนักอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ กรมป่าไม้ เพื่อดำเนินการต่อไป "
    ข้อ 5 ให้เพิ่มความดังต่อไปนี้เป็นวรรคสองและวรรคสาม ของข้อ 15 แห่งระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการ
ครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองตาม
มาตรา 66  แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2538 พ.ศ.2538 
            "ในกรณีที่เครื่องหมายซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ติดหรือทำไว้ที่สัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าตามข้อ 7 ชำรุด ลบเลือน หรือสูญหาย และผู้รับหนังสือมอบให้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชั่ว
คราวแทนกรมป่าไม้ หรือผู้รับหนังสือรับรองให้ครอบครองซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้ม 
ครอง มีความประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบและติดหรือทำเครื่องหมายให้ใหม่ ให้ 
ยื่นคำขอตามแบบ อ.ญ./ส.ป.11 ท้ายระเบียบนี้ ต่อผู้อำนวยการกองการอนุญาตสำหรับในเขตกรุงเทพ
มหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับในท้องที่
จังหวัดอื่น ทั้งนี้ให้ผู้ยื่นคำขอแนบหลักฐานการแจ้งความในกรณีที่เครื่องหมายสูญหายพร้อมการยื่น 
คำขอและกรณีที่เครื่องหมายชำรุดลบเลือนหรือสูญหายอันเนื่องมาจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่อของ
ผู้รับหนังสือมอบฯ หรือผู้รับหนังสือรับรองฯ ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าของเครื่องหมายหรือค่าใช้
จ่ายในการจัดทำเครื่องหมายนั้นให้แก่กรมป่าไม้ด้วย 
                เมื่อได้รับคำขอตามวรรคสอง ให้ผู้อำนวยการกองการอนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้
รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการตรวจสอบข้อ
เท็จจริง หากชำรุด ลบเลือนหรือสูญหาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการติดหรือทำเครื่องหมายให้ใหม่แล้ว
รายงานผู้อำนวยการกองการอนุญาต ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการ
จังหวัดแล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขหมายเลขรหัสของเครื่องหมายในหนังสือมอบฯ หรือ
หนังสือรับรอง พร้อมลงวัน เดือน ปี ลายมือชื่อและตำแหน่งไว้เป็นหลักฐาน "

ประกาศ ณ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2539

               (ลงนาม) พยุง นพสุวรรณ
                                (นายพยุง นพสุวรรณ)
                               รองอธิบดี รักษาราชการแทน
                                อธิบดีกรมป่าไม้